บทที่ 16 องค์กรมืด (05)
“คุณรัมภาไม่สบายอีกแล้วหรือคะ” น้อยรีบเข้ามาประคองนายหญิง
“จ้ะน้อย แต่เดี๋ยวฉันกินยาก็หาย” ฝืนยิ้มพร้อมน้ำเสียงแหบพร่า ก่อนที่จะทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้
“งั้นคุณรัมภากลับไปนอนเถอะค่ะ วันนี้ทางสะดวกคุณพยัคฆ์ไม่อยู่ กว่าจะกลับบ้านก็ค่ำๆ โน่นล่ะค่ะ” น้อยรีบบอกและยิ่งสงสารนายหญิงมากเข้าไปทุกที แต่ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยเพียงรัมภาได้อย่างไร ในเมื่ออีกฝ่ายก็คือเจ้านายของตนเอง แถมยังเป็นผู้มีพระคุณที่เคยช่วยเหลือหล่อนไว้อีกด้วย
“คุณพยัคฆ์ไปไหนหรือจ๊ะน้อย” หล่อนรู้สึกแปลกใจที่วันนี้มารร้ายไม่อยู่กลั่นแกล้ง
“คุณพยัคฆ์ไปไหว้หลุมศพของคุณท่านค่ะคุณรัมภา” น้อยตอบด้วยรอยยิ้ม
“คุณท่าน?” รัมภาทำใบหน้าฉงน “คุณพ่อคุณแม่ของคุณพยัคฆ์น่ะหรือจ๊ะน้อย” หล่อนสงสัยและอยากจะรู้เพราะตั้งแต่อยู่กับพยัคฆ์มาหล่อนไม่เคยเห็นบิดาหรือมารดาของชายหนุ่มเลยสักครั้ง จำได้ว่าเขาเคยบอกกับบิดาของตนเองว่าบิดามารดาของเขาเสียไปหมดแล้ว แต่หล่อนก็ยังอยากที่จะถามเผื่อจะรู้อะไรมากขึ้น แม้กระทั่งญาติผู้ใหญ่ก็ยังไม่เคยเจอ หรือแม้แต่รูปถ่ายภายในบ้านก็ยังไม่เคยเห็น
“ไม่ใช่ค่ะคุณรัมภา คุณท่านคือคุณปู่ของคุณพยัคฆ์ ท่านชื่อคุณมาร์ตินค่ะ แต่น้อยก็ไม่เคยเห็นคุณท่านตัวเป็นๆเหมือนกันนะคะ ได้แต่เห็นรูปที่อยู่ในห้องของคุณพยัคฆ์ เพราะคุณท่านเสียไปก่อนหน้าที่น้อยจะมาอยู่ที่นี่”
“คุณปู่หรือจ๊ะน้อย แล้วคุณพ่อคุณแม่ของคุณพยัคฆ์ไปไหนเสียแล้วล่ะ” หล่อนยังไม่คลายความสงสัย รู้สึกมึนและเวียนหัวมากขึ้นไปทุกที แต่ยังฝืนตัวเองเพื่อเฝ้ารอคำตอบของน้อย เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องที่บิดาของตนเองอยากได้คำตอบเช่นกัน
“เอ….น้อยก็ไม่รู้เหมือนกันนะคะคุณรัมภา ตั้งแต่ที่อยู่มาก็ไม่เคยเห็นคุณพยัคฆ์พูดถึงสักครั้งเลย” เรื่องนี้น้อยเองก็สงสัยเช่นกัน แต่ก็ไม่อยากจะไปถามหรือก้าวก่ายเรื่องของเจ้านาย “น้อยว่าคุณรัมภากลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวน้อยจัดการทุกอย่างเอง”
“ไม่ได้หรอกจ้ะน้อย เดี๋ยวเขารู้เข้าน้อยจะโดนลงโทษเอาได้” ไม่อยากจะให้น้อยต้องโดนดุหรือโดนไล่ออก ทั้งยังเข็ดและขยาดกับบทลงโทษอันรุนแรง เร่งเร้าของสามีไม่หาย
กายบางยันตัวลุกขึ้น มีอาการเซซวนเล็กน้อย แม้จะอยู่ที่บ้านหลังนี้มานานพอสมควร แต่หล่อนยังไม่เคยสักครั้งที่จะย่างกรายเข้าไปในห้องนอนแสนหวงของเจ้าของบ้าน สองมือคว้าไม้กวาดขึ้นมาพร้อมกับรีบตรงไปยังบริเวณที่ตนเองรับผิดชอบ
เหงื่อผุดขึ้นบนใบหน้า เรียวปากเริ่มสั่นระริกเมื่อไม่อาจจะทนทานต่อพิษไข้ แต่ทว่าหล่อนก็กัดฟันทนจวบจนงานทุกอย่างลุล่วง จึงรีบพาร่างซึ่งเซซวนกลับไปยังห้องพักพร้อมกับหยิบยาเม็ดเล็กขึ้นมายัดใส่ปากแล้วดื่มน้ำตามเข้าไป แผ่นหลังเนียนทิ้งตัวลงนอน เปลือกตาก็ปิดสนิทอย่างรวดเร็ว
“พี่อัศวิน” ร่างซึ่งซมกับพิษไข้เริ่มเพ้อ….เพ้อถึงคนที่รักแสนรัก แต่ไม่อาจจะได้เคียงคู่ หล่อนไม่เคยถือโทษโกรธอัศวินและเพื่อนรักแม้แต่น้อย เพราะนิสาก็เป็นผู้หญิงที่ดีมากๆ คนหนึ่ง
“รัมภา” คนซึ่งสาวเท้าเข้ามาได้ยินถึงกับกัดฟันกรอด รีบกระชากร่างนวลขึ้น แต่ทว่ากลับต้องชักมือออกอย่างรวดเร็ว เมื่อร่างนั้นร้อนผะผ่าว ก่อนที่มือของมารร้ายจะแตะลงที่หน้าสวยอีกครั้ง “รัมภาตื่นขึ้นมา” ออกแรงเขย่าร่างเล็กเต็มกำลัง
“อื้อ….คุณพยัคฆ์” ตกใจไม่น้อยเมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบกับมารร้าย
“แล้วเธอคิดว่าใครกันล่ะ พี่อัศวินของเธอหรือไงรัมภา” น้ำเสียงของจอมมารทั้งเข้มและเหี้ยม มือหนาก็กระชากแล้วลากร่างเล็กให้ลงจากเตียง ซึ่งนั่นก็ทำให้เกิดเสียงดังโครมเมื่อเขาปล่อยมือออก
คนตัวเล็กต้องนิ่วหน้าและเบ้ปาก เมื่อหล่อนไม่สามารถพยุงร่างของตนเองไว้ได้ ทำให้ล้มลงไปกองที่พื้นห้อง หล่อนสังเกตได้ว่า แสงสว่างของพระอาทิตย์มืดลง พระจันทร์ส่องสว่างขึ้นมาแทนที่ ซึ่งไม่นานก็ต้องเงยหน้าขึ้นมามองคนซึ่งมีอาการฮึดฮัดไม่พอใจ แล้วดวงตากลมโตต้องเบิกกว้าง
จอมมารร้ายช้อนร่างน้อยขึ้นแล้วโยนลงบนเตียงนอนอีกหน ก่อนที่จะก้าวเท้าไวๆ ออกไปจากห้องมุ่งหน้าตรงไปยังห้องครัว จัดแจงฉีกซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสจืดใส่ชามสองใบ ก่อนที่จะเฝ้ารอให้น้ำเดือดพร้อมกับเทน้ำร้อนๆ ลงในชาม
เสียงชามกระแทกกับโต๊ะทำให้ร่างเล็กต้องสะดุ้งตัวและพยายามลุกขึ้น ไม่นานก็โดนกระชากร่างให้ลุกขึ้นและกระแทกกับหัวเตียง เพียงรัมภางุนงงและเจ็บแปลบที่แผ่นหลัง ไม่นานก็ต้องเบ้ปากเมื่อเสียงของมารตัวร้ายดังก้อง
“กินเข้าไปรัมภา ไม่ต้องมาสำออยทำตัวเองให้ตายไปเร็วๆ ฉันยังอยากจะสนุกกับเธออีก” มือหนายัดชามใบโตซึ่งมีบะหมี่ร้อนๆ ใส่มือของอีกฝ่าย ก่อนที่จะยัดบะหมี่ของตนเองเข้าปากบ้าง วันนี้เขาไปทำบุญที่วัดในตอนเช้าเพื่ออุทิศส่วนกุศลไปให้ทุกคนซึ่งจากไป แล้วก็เลยไปยังสถานที่ซึ่งทำให้หัวใจหวนคิดถึงเรื่องราวในอดีตพร้อมไปสืบเรื่องบางอย่าง หนึ่งในนั้นคือเรื่องของมารดาและกลุ่มคนหน้ากากขาว
